Posted by: pimparnp | April 26, 2008

บทที่4 การสื่อสารข้อมูล และเครือข่ายฯ

ปาร์ตี้บทที่ 4 การสื่อสารข้อมูล และเครือข่ายคอมพิวเตอร์

                เทคโนโลยีคมนาคม และการสื่อสารนำมาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนา และปรับปรุงการดำเนินงานทางธุรกิจ โดยมีวัตถุประสงค์หลัก 4 ประการ ดังนี้

1.     เพื่อให้การสื่อสารทางธุรกิจดีขึ้น เทคโนโลยีคมนาคมช่วยให้การติดต่อสื่อสารรวดเร็ว ถูกต้อง และได้รับข้อมูลสะท้อนกลับอย่างทันที สามารถเรียกใช้งานในภายหลังได้

2.     เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพสูงขึ้น การใช้ข้อมูลร่วมกันในแผนกต่างๆ ในองค์การ เทคโนโลยีโทรคมนาคมช่วยอำนวยความสะดวกในการสื่อสารใช้งานข้อมูลร่วมกัน สะดวกในการบันทึกและประมวลผลข้อมูล ลดความซ้ำซ้อน การทำงานที่ผิดพลาด ส่งผลให้การดำเนินการธุรกิจมีความถูกต้อง และมีประสิทธิภาพสูงขึ้น

3.     เพื่อการกระจายข้อมูลที่ดีขึ้น ช่วยให้การรับส่งข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ทำได้สะดวก ปลายทางสามารถเรียกใช้ฐานข้อมูลกลางด้วยความรวดเร็ว

4.     เพื่อการจัดการกระบวนการธุรกิจที่สะดวกขึ้น การพัฒนาทางอินเตอร์เน็ต ช่วยดำเนินการธุรกิจออนไลน์ ผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการกระทำธุรกิจผ่านออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา

 องค์ประกอบของการสื่อสาร

1.        ผู้ส่งข้อมูล (Sender) สิ่งที่ทำหน้าที่ส่งข้อมูล ไปจุดหมายที่ต้องการ

2.        ผู้รับข้อมูล (Receiver) สิ่งที่ทำหน้าที่รับข้อมูลที่ถูกส่งมาให้

3.        ข้อมูล (Data) คือ ข้อมูลที่ผู้ส่งข้อมูลต้องการส่งไปยังผู้รับข้อมูล

4.        สื่อนำข้อมูล (Medium) คือ สิ่งที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการขนถ่ายข้อมูลจากผู้ส่งไปยังผู้รับ

5.        โปรโตคอล (Protocol) คือ กฎหรือวิธีที่ถูกกำหนดเพื่อการสื่อสารข้อมูลต้องส่งข้อมูลในรูปแบบตามวิธีการสื่อสารที่ตกลงไว้กับผู้รับข้อมูล

 การใช้เทคโนโลยีการสื่อสาร

                การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการสื่อสารในองค์การ มีดังนี้

1.     ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Mail :E-mail) เป็นการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ส่งข้อความอิเล็กทรอนิกส์ไปยังบุคคลอื่นโดยการสื่อสารต้องมีชื่อและที่อยู่ในรูปของอีเมลแอดแดรส

2.     โทรสาร (Facsimile หรือ Fax) เป็นการส่งข้อมูล ข้อความ รูปภาพ กราฟ จากคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ที่มีอุปกรณ์แฟกซ์-โมเด็ม ไปเครื่องรับโทรสาร การส่งแบบนี้ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย มีประสิทธิภาพ สามารถบันทึกข้อมูลที่ได้รับไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ได้

3.     วอยซ์เมล (Voice Mail) เป็นการส่งข้อความเป็นเสียงพูดกลายเป็นข้อความอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายสื่อสารข้อความจะถูกบันทึกไว้ในอุปกรณ์บันทึกเสียง เรียกว่า วอยซ์เมลบ๊อกซ์

4.     การประชุมทางไกลอิเล็กทรอนิกส์ (Video Conferencing) เป็นการสื่อสารข้อมูลโดยการส่งภาพและเสียงจากฝ่ายหนึ่งไปสู่อีกฝ่ายหนึ่งด้วยอุปกรณ์สำหรับการบันทึกภาพ-เสียง โดยภาพและเสียงที่ส่งไปเป็นภาพเคลื่อนไหวที่มีเสียงประกอบได้

5.     การระบุตำแหน่งด้วยดาวเทียม (Global Positioning Systems : GPSs) เป็นระบบที่ใช้วิเคราะห์และระบุตำแหน่งของคน สัตว์ หรือสิ่งของ ที่เป็นเป้าหมายของระบบ

6.        กรุ๊ปแวร์ (Groupware) เป็นโปรแกรมประยุกต์ที่ช่วยสนับสนุนการทำงานของกลุ่มบุคคลให้สามารถทำงานร่วมกัน

7.     การโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Fund Transfer : EFT) ผู้ใช้สามารถชำระค่าบริการ และบริการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์จากบัญชีธนาคารที่ให้บริการอัตโนมัติ เช่น การโอนเงินผ่านตู้ ATM

8.     การแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Data Interchange : EDI) เป็นระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างองค์การ โดยใช้แบบฟอร์มของเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่มีรูปแบบมาตรฐานสากล ลดการใช้กระดาษ ลดความซ้ำซ้อน และความผิดพลาดในการบันทึกข้อมูล

9.     การระบุลักษณะของวัตถุด้วยคลื่นความถี่วิทยุ (Radio Frequency Identification : RFID) เป็นระบบระบุลักษณะของวัตถุด้วยคลื่นความถี่วิทยุ เช่น บัตรรถไฟฟ้าใต้ดิน ระบบห้องสมุดดิจิทัล เป็นต้น

 ชนิดของสัญญาณข้อมูล

1.     สัญญาณแอนะล็อก (Analog Signal) เป็นสัญญาณแบบต่อเนื่อง ลักษณะเป็นคลื่นไซน์ แต่ละคลื่นมีความถี่ความเข้มของสัญญาณต่างกัน เมื่อนำสัญญาณข้อมูลผ่านอุปกรณ์รับสัญญาณ และแปลงสัญญาณจะได้ข้อมูลที่ต้องการ คือ การส่งข้อมูลผ่านระบบโทรศัพท์ เฮิรตซ์ (Hertz) คือ หน่วยวัดความถี่ของสัญญาณข้อมูลแบบแอนาล็อก

2.     สัญญาณดิจิทัล (Digital Signal) สัญญาณดิจิทัลเป็นสัญญาณแบบไม่ต่อเนื่อง รูปแบบสัญญาณมีความเปลี่ยนแปลงที่ไม่ปะติดปะต่อแบบสัญญาณแอนาล็อก  Bit Rate เป็นอัตราความเร็วในการส่งข้อมูลแบบดิจิทัล

 โมเด็ม (MOdulator  DEModulator : MODEM)

               เป็นอุปกรณ์ทำหน้าที่แปลงสัญญาณดิจิทัลจากคอมพิวเตอร์ให้เป็นสัญญาณแอนะล็อก เรียกขั้นตอนนี้ว่ามอดูเลชัน และทำหน้าที่แปลงสัญญาณแอนะล็อกให้เป็นสัญญาณดิจิทัลเพื่อคอมพิวเตอร์จะได้นำไปประมวลผล ขั้นตอนนี้เรียกว่า ดีมอดูเลชัน

 ทิศทางการส่งข้อมูล (Transmission Mode)

1.     การส่งข้อมูลแบบทิศทางเดียว (Simplex Transmission) เป็นการสื่อสารข้อมูลที่มีผู้ส่งข้อมูลทำหน้าที่เพียงอย่างเดียว และผู้รับข้อมูลก็ทำหน้าที่รับข้อมูลเพียงอย่างเดียวเช่นกัน เช่น การส่งสัญญาณโทรทัศน์

2.     การส่งข้อมูลแบบสองทิศทางสลับกัน (Half-Duplex Transmission) เป็นการสื่อสารข้อมูลที่มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลของผู้รับและผู้ส่ง แต่ละฝ่ายสามารถเป็นทั้งผู้ส่งและผู้รับ แต่จะต้องสลับกันทำหน้าที่เป็นผู้ส่งข้อมูล ส่งพร้อมกันทั้งสองฝ่ายไม่ได้ เช่น การสื่อสารโดยวิทยุสื่อสาร

3.     การส่งข้อมูลแบบสองทิศทางพร้อมกัน (Full-Duplex Transmission) เป็นการสื่อสารข้อมูลที่มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลของทั้งผู้ส่งและผู้รับ โดยทั้งสองผ่านสามารถเป็นผู้ส่งและผู้รับข้อมูลได้ในเวลาเดียวกัน และสามารถส่งข้อมูลได้พร้อมกัน เช่น การสื่อสารใช้โทรศัพท์

 ตัวกลางการสื่อสาร

                เป็นสื่อที่ใช้ต่อเชื่อมการสื่อสารระหว่างผู้ส่งและผู้รับข้อมูล ตัวลางการสื่อสารแบ่งได้ 2 ประเภทหลัก คือ

                1.  สื่อนำข้อมูลแบบมีสาย (Wried Media)

·     สายคู่บิดเกลียว (Twisted-Pair Cable) เป็นสายสัญญาณนำข้อมูลไฟฟ้า คล้ายสายไฟทั่วไป จำนวนสายจะเป็นคู่ แต่ละคู่มีการพันบิดกันเป็นเกลียว การบิดเกลียวช่วยลดสัญญาณรบกวนที่เกิดขึ้นในการส่งข้อมูล มีความถี่ในการส่ง 100 Hz ถึง 5 MHz สายสัญญาณชนิดนี้มี  2 ลักษณะ คือ สายคู่บิดเกลียวแบบไม่มีชั้นโลหะห่อหุ้ม (Unshielded Twisted-Pair หรือ UTP) และ สายคู่บิดเกลียวแบบมีชั้นโลหะห่อหุ้ม (Shielded Twisted-Pair : STP)

·     สายโคแอกเชียล (Coaxial Cable) เป็นสายสัญญาณนำข้อมูลไฟฟ้า มีความถี่ในการส่งข้อมูล 100 MHz  ถึง 500 MHz  มีความเร็วในการส่งข้อมูล และราคาสูงกว่าสายคู่บิดเกลียว สายมีฉนวนหุ้มเป็นชั้น ๆ สลับกับตัวนำโลหะ ตัวโลหะชั้นในทำหน้าที่ส่งสัญญาณ ตัวโลหะชั้นนอกป้องกันสัญญาณรบกวน

·     สายใยแก้วนำแสง (Optical Fiber Cable) สารนำแสงห่อหุ้มวัสดุป้องกันแสง มีความเร็วในการส่งสูงเท่ากับความเร็วแสง ให้ส่งข้อมูลที่มีความถี่สูงได้ สัญญาณรบกวนมีอย่างเดียวคือแสงภายนอกมีสัญญาณรบกวนน้อย มีราคาค่อนข้างสูง ดูแลรักษายาก

                2.  สื่อนำข้อมูลแบบไร้สาย (Wireless Meaia)

·     แสงอินฟราเรด (Infared) เป็นการสื่อสารข้อมูลโดยใช้แสงอินฟราเรดเป็นสื่อกลางในการส่งข้อมูล เช่น เมาส์ เครื่องพิมพ์ กล้องดิจิทัล จะมี IrDA port ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ส่งข้อมูลจากอุปกรณ์หนึ่งไปยังอุปกรณ์หนึ่ง

·     สัญญาณวิทยุ (Radio Wave) เป็นการนำข้อมูลแบบไร้สายที่มีกานส่งข้อมูลเป็นสัญญาณคลื่นวิทยุไปในอากาศไปยังตัวรับสัญญาณ ทำให้สภาพแวดล้อม สภาพภูมิอากาศรบกวน

·     ไมโครเวฟภาคพื้นดิน (Terrestrial Microwave) เป็นการสื่อสารโดยใช้สื่อนำข้อมูลแบบไร้สาย จะมีเสาส่งสัญญาณไมโครเวฟอยู่ห่าง ๆ กัน ส่งข้อมูลไปในอากาศไปยังเสารับข้อมูล ถ้าห่างกันมาก มีสิ่งกีดขวาง ต้องใช้สถานีทวนสัญญาณ เพื่อรับส่งสัญญาณต่อเป็นช่วงๆ

·     การสื่อสารผ่านดาวเทียม (Satellite Communication) เป็นการสื่อสารจากพื้นโลกที่มีการส่งสัญญาณข้อมูลไปยังดาวเทียม ดาวเทียมเป็นสถานีทวนสัญญาณ เพื่อจัดส่งสัญญาณต่อไปยังสถานีภาคพื้นดินอื่น ๆ ให้สำหรับสื่อสารระหว่างประเทศ

 หลักเกณฑ์การพิจารณาเลือกสื่อนำข้อมูล

                ควรคำนึงถึงคุณสมบัติของสื่อนำข้อมูล ดังต่อไปนี้

1.        ราคา

2.        ความเร็ว

3.        ระยะทาง

4.        สัญญาณรบกวนที่อาจจะเกิดขึ้น

5.        ความปลอดภัยของข้อมูล

 มาตรฐานเครือข่ายไร้สาย (Wireless Networking Protocols)

1.     บลูทูธ (Bluetooth) เป็นมาตรฐานเครือข่ายแบบ 802.15 ใช้การส่งข้อมูลทางคลื่นวิทยุ สามารถติดต่อเชื่อมโยงสื่อสารแบบไร้สายระหว่างกันในช่วงระยะห่างสั้น ๆ ได้ เช่น PDA พ็อกเก็ตพีซี โทรศัพท์มือถือ โน้ตบุค เป็นต้น

2.     ไว-ไฟ (Wireless Fidelity : Wi-Fi) มารตรฐานที่รองรับว่าอุปกรณ์ Wireless LAN สามารถทำงานร่วมกันได้ และสนับสนุนมาตรฐาน IEEE802.11b เป็นเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงนิยมใช้กันทั่วโลก ใช้สัญญาณวิทยุในการรับส่งข้อมูลความเร็วสูงผ่านเครือข่ายไร้สายจากบริเวณที่มีการติดตั้งแอกเซสพอยท์

3.     ไว-แมกซ์ ( Worldwide InterOperability for Microwave Access : Wi-MAX) เป็นเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายระดับบรอดแบรนด์บนมาตรฐาน IEEE802.16 สามารถส่งข้อมูลกระจายสัญญาณจากจุดหนึ่งไปยังจุดหลายจุดได้พร้อมๆกัน ใช้กับงานเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่มีรัศมีกว้างประมาณ 50 กิโลเมตร

 เครือข่ายคอมพิวเตอร์  ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบต่าง ๆ ดังนี้

·     จำนวนของเครื่องคอมพิวเตอร์ภายในเครือข่าย ถ้าจำนวนคอมพิวเตอร์มีจำนวนที่ต่อพ่วงมาก จะทำให้การสื่อสารนั้นต่ำ ถ้าคอมพิวเตอร์มีจำนวนเหมาะสมกับอุปกรณ์สื่อสาร จะทำให้ระบบมีประสิทธิภาพ

·     สื่อนำข้อมูล (Transmission Medium) เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ใช้สื่อนำข้อมูลที่เหมาะสมกับระบบ จะเป็นเครือข่ายที่สามารถสื่อสารข้อมูลกันได้เป็นอย่างดี ควรคำนึงถึงวิธีการจัดวางสื่อนำข้อมูล ให้วางตำแหน่งเหมาะสมกับการใช้งานและสภาพแวดล้อม

·     เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ (Hardware) ถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์มีประสิทธิภาพ ก็ทำให้เครือข่ายมีประสิทธิภาพด้วย รวมถึงอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารข้อมูล เช่น โมเด็ม

·     โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการสื่อสารข้อมูล (Software) ทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลที่เครื่องคอมพิวเตอร์ส่ง-รับ ข้อมูล โปรแกรมที่ใช้การสื่อสารข้อมูลที่ดีสามารถทำให้สื่อสารข้อมูลได้มีประสิทธิภาพ

 โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Topology)  จำแนกตามลักษณะของการเชื่อมต่อ ได้ดังนี้

1.     โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบบัส (Bus Topology) ประกอบด้วยสายส่งข้อมูลหลักที่ใช้ส่งข้อมูลภายในเครือข่าย คอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องจะเชื่อมต่อกับสายข้อมูลผ่านจุดเชื่อมต่อ แบบบัสใช้สายสัญญาณน้อย ถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่งเสียจะไม่ส่งผลต่อการทำงานของระบบโดยรวม แต่ตรวจจุดที่มีปัญหาได้ค่อนข้างยาก

2.     โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบวงแหวน (Ring Topology) มีการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์โดยที่แต่ละเชื่อมต่อเป็นวงกลม การส่งข้อมูลก็เป็นวงกลม ทิศทางการส่งข้อมูลเป็นทิศทางเดียวกันเสมอ ถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่งเสียทำให้การส่งข้อมูลภายในเครือข่ายไม่สามารถทำงานต่อได้ แต่ใช้สายเคเบิลน้อย

3.     โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบดาว (Star Topology) ภายในเครือข่ายคอมพิวเตอร์จะมีจุดศูนย์กลางในการควบคุมการเชื่อมต่อ หรือฮับ การสื่อสารต้องผ่านฮับก่อนที่จะส่งข้อมูลไป ถ้าเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่สามารถทำได้ง่ายไม่กระทบต่อเครื่องอื่น แต่ค่าใช้จ่ายในการใช้สายเคเบิลสูง เมื่อฮับไม่ทำงาน การทำงานของคอมพิวเตอร์ทั้งระบบจะหยุดทำงานไปด้วย

4.     โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบเมช (Mesh Topology) มีการทำงานโดยเครื่องคอมพิวเตอร์มีช่องสัญญาณจำนวนมาก เพื่อเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น ๆ ทุกเครื่อง การส่งข้อมูลอิสระ ไม่รอการส่งข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่อง อื่นๆ ทำให้การส่งข้อมูลรวดเร็ว ค่าใช้จ่ายสูง

5.     โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบผสม (Hybrid Topology) เป็นโครงข่ายคอมพิวเตอร์ที่ผสมผสานความสามารถของโครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์หลายๆแบบรวมกัน

 ประเภทของคอมพิวเตอร์ภายในเครือข่ายคอมพิวเตอร์  จำแนกได้ 4 ประเภท ดังนี้

1.  เซิร์ฟเวอร์ (Server) ชนิดของเซิร์ฟเวอร์ มีดังนี้

·        ไฟล์เซิร์ฟเวอร์ ( File Server) บริการแฟ้มข้อมูล

·        ดาต้าเบสเซิร์ฟเวอร์ (Database Server) บริการฐานข้อมูลภายในเครือข่าย

·        พรินต์เซิร์ฟเวอร์ (Print Server) ให้บริการเครื่องพิมพ์ในการพิมพ์เอกสารต่าง ๆ ในเครือข่าย

·        อินเทอเน็ตเซิร์ฟเวอร์ (Internet Server) สามารถติดต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้

·        เว็บเซิร์ฟเวอร์ (Web Server) ทำหน้าที่เก็บข้อมูลเว็บไซต์ ทำหน้าที่ส่งข้อมูลในเว็บไซต์

·        เมลเซิร์ฟเวอร์ (Mail Server) ทำหน้าที่เก็บ-ส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์

·        ระบบโดเมนเนม (Domain Name System Server) ทำหน้าที่เก็บชื่อโดเมนเนม และแปลชื่อโดเมนเนมให้เป็นไอพีแอดแดรส

                2.  เวิร์กสเตชั่น (Workstation) คอมพิวเตอร์ทั่วไป สามารถประมวลผลข้อมูลต่าง ๆ ได้

                3.  ไคลเอนต์ (Client) เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีการเรียกใช้ข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์ (Server)

                4.  เทอร์มินัล (Terminal) เป็นอุปกรณ์ จอภาพ แป้นพิมพ์ และอุปกรณ์อื่น ๆ ไม่สามารถประมวลผลได้เองใช้สื่อสารข้อมูลกับเซิร์ฟเวอร์ (Server) และให้เซิร์ฟเวอร์ทำการประมวลผลพร้อมส่งข้อมูลมาจอภาพ

 รูปแบบการประมวลผลข้อมูลในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Computing Architecture)

1.        การประมวลที่ศูนย์กลาง (Centralized Processing) เป็นการประมวลผลข้อมูลที่เซิร์ฟเวอร์ (Server)

2.        การประมวลผลข้อมูลแบบไคลแอนต์/เซิร์ฟเวอร์ เป็นรูปแบบการประมวลผลข้อมูลที่เครื่องคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ สามารถประมวลผลได้อย่างอิสระ

 ชนิดของเครือข่ายคอมพิวเตอร์

·        Personal Area Network (PAN) หรือเครือข่ายส่วนบุคคล สำหรับการแลกเปลี่ยนสารสนเทศและบริการ ใช้งานอุปกรณ์ร่วมกัน เช่น บลูทูธ

·     Local Area Network (LAN) หรือเครือข่ายแบบท้องถิ่น ระยะการเชื่อมต่อประมาณไม่เกิน 10 กิโลเมตร มีความเร็ว ประมาณ 10 – 100 Mbps มักใช้เป็นแบบสื่อแบบสายสัญญาณ ใช้ในองค์กร สำนักงาน

·     Metropolitan Area Network (MAN) เป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ทั้งตำบลทั้งอำเภอ เกิดจากการเชื่อมต่อของเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบท้องถิ่นหลาย ๆ เครือข่ายเข้าด้วยกัน

·     Wide Area Network (WAN) เป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่มาก ประกอบด้วยเครือข่าย LAN และ MAN   สามารถครอบคลุมได้ทั้งประเทศ หรือทั่วโลก


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Categories

%d bloggers like this: