Posted by: pimparnp | April 26, 2008

บทที่ 2 การบริหารทรัพยากรคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์

Partyบทที่ 2 การบริหารทรัพยากรคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์

วงจรการทำงานของคอมพิวเตอร์

ขั้นตอนการทำงานพื้นฐาน 4 ขั้นตอน ประกอบด้วย

  1. รับข้อมูล (Input) คอมพิวเตอร์จะทำหน้าที่รับข้อมูลเพื่อนำไปประมวลผล อุปกรณ์รับข้อมูล เช่น แป้นพิมพ์ เมาส์ สแกนเนอร์ ไมโครโฟน เป็นต้น
  2. ประมวลผล (Process) คอมพิวเตอร์รับข้อมูลเข้าสู่ระบบ จะทำการประมวลผลตามโปรแกรมที่กำหนด

  3. แสดงผล (Output)  คอมพิวเตอร์แสดงผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผลไปยังหน่วยแสดงผล ได้แก่ จอภาพ ลำโพง เครื่องพิมพ์ เป็นต้น

  4. จัดเก็บข้อมูล (Storage) จัดเก็บข้อมูลในอุปกรณ์เก็บข้อมูล เช่น ฮาร์ดดิสก์ แผ่นซีดีรอม Flash Drive เป็นต้น

ประเภทของคอมพิวเตอร์

จำแนกคอมพิวเตอร์ เป็น 7 ประเภท

1.     ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ (Supercomputer) เก็บเป็นห้อง มีประสิทธิภาพในการทำงานสูงสุด มีราคาสูงมาก การประมวลผลทำได้พันล้านคำสั่งต่อวินาที ปัจจุบันใช้กับงานออกแบบชิ้นส่วนรถยนต์ งานวิเคราะห์สินค้าคงคลัง หน่วยงานที่ใช้ ได้แก่ องค์การนาซา AT&T เป็นต้น

2.     คอมพิวเตอร์เมนเฟรม หรือคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ (Mainframe Computer) เก็บเป็นตู้แหลก มีประสิทธิภาพรองจากซูเปอร์คอมพิวเตอร์ รองรับการทำงานจากผู้ใช้ได้หลายร้อยคนในเวลาเดียวกัน ประมวลผลด้วยความเร็วสูง มีหน่วยความจำหลักขนาดใหญ่

3.     มินิคอมพิวเตอร์ หรือคอมพิวเตอร์ขนาดกลาง (Minicomputer) ประสิทธิภาพในการทำงานในด้านความเร็ว และจัดเก็บข้อมูลน้อยกว่าเมนเฟรม แต่สูงกว่าคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ รองรับการทำงานจากผู้ใช้ได้หลายคน  ใช้กับธุรกิจขนาดกลาง เช่น การทำงานด้านบัญชีขององค์การ

4.       คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ (Desktop Computer) คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล มีขนาดเล็กสำหรับโต๊ะทำงาน สถานศึกษา บ้าน ตัวเครื่องคอมพิวเตอร์มีแบบวางนอน และแนวตั้ง เรียกว่า ทาวเวอร์ ประเภทคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะจำแนกได้ดังนี้
               
All in one Computer
คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะรวมจอภาพและหน่วยประมวลผลอยู่  ในอุปกรณ์เดียวกัน
               
Workstation
คอมพิวเตอร์ราคาสูง ใช้งานด้านคำนวณและกราฟิก
               
Stand alone Computer คอมพิวเตอร์ระบบเดี่ยว ทำงานเรียกว่า IPOS cycle
ไม่ได้              เชื่อมต่อ รับระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์
               
Server Computer ให้บริการต่าง ๆ

5.       คอมพิวเตอร์โน้ตบุค (แล็ปท๊อปคอมพิวเตอร์) คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่มีขนาดเล็ก บาง น้ำหนักเบา พกพาไปใช้ในสถานที่ต่างๆ ใช้กับไฟฟ้ามาตรฐานทั่วไป และแบตเตอรี่ ปัจจุบันมีคอมพิวเตอร์พกพาอีกชนิด คือ Tablet PC คอมพิวเตอร์น้ำหนักเบา หมุนได้ 180 องศา มีแป้นพิมพ์แยกต่างหาก รับข้อมูลโดยใช้ปากกาพิเศษ (Stylus) แบบสัมผัส บนจอได้

6.       Hand held Personal Computer หรือ Palmtop Computer คอมพิวเตอร์พกพาขนาดเล็กที่สุด เรียกว่า พีดีเอ (PDA) ย่อมาจาก Personal Digital Assistant ใช้ปากกา สไตลัส เป็นอุปกรณ์บันทึกข้อมูล พีดีเอที่นิยมใช้ปัจจุบัน เช่น Pocket PC และ Palm

7.       คอมพิวเตอร์แบบฝัง (Embedded Computer) คอมพิวเตอร์ที่ฝังในอุปกรณ์ต่าง ๆ  ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานบางอย่างของอุปกรณ์ เช่น เครื่องเล่นเกม ระบบเติมน้ำมันอัตโนมัติ

 

เทคโนโลยีฮาร์ดแวร์

      การทำงานของระบบของคอมพิวเตอร์ องค์ประกอบหลัก 6 ส่วน คือ

1.       อุปกรณ์รับข้อมูล (Input Devices)
แป้นพิมพ์  อุปกรณ์กดเพื่อป้อนข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ แป้นพิมพ์มาตรฐานมีแป้นกด 101 แป้นคอมพิวเตอร์โน้ตบุค มี 105 แป้น
เมาส์  อุปกรณ์ควบคุมการชี้ตำแหน่งบนจอภาพ มี 1-5 ปุ่ม มี 2 แบบ คือ แบบทางกล ใช้ลูกกลิ้งกลมมีน้ำหนักแรงเสียดทานพอดี และ แบบใช้แสงอินฟราเรด
Optical Mouse

2.       หน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit : CPU)
เป็นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ หน่วยควบคุม (Control Unit) ควบคุมการทำงานของคอมพิวเตอร์ทุกส่วน และหน่วยคำนวณและตรรกะ (Arithmetic/Logic Unit : ALU) คำนวณทางคณิตศาสตร์ และเปรียบเทียบทางตรรกศาสตร์

3.       หน่วยความจำหลัก (Main Memory) เป็นชิปหรือวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้บันทึกโปรแกรม ข้อมูล บรรจุอยู่บนแผงวงจรหลักเรียกว่า เมนบอร์ด (Mainboard) หน่วยความจำมี 3 ประเภท คือ
                – หน่วยความจำแรม Random Access Memory : RAM อุปกรณ์แผงวงจรเก็บข้อมูลชั่วคราวใช้งานได้ตอนเปิดเครื่อง ข้อมูลจะหายเมื่อปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ มี 2 ประเภท คือ Static RAM และ Dynamic RAM

                – หน่วยความจำรอม
Read Only Memory หน่วยความจำบันทึกข้อสารสนเทศและคำสั่งเริ่มต้น ข้อมูลและคำส่งจะไม่ถูกลบหายเมื่อปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ ข้อมูลเหล่านี้ไม่สามารถลบหรือแก้ไขได้ สามารถอ่านได้ เรียกว่า PROM (Programmable Read Only Memory)
                หน่วยความจำซีมอส Complementary Metal Oxide Semiconductor : CMOS หน่วยความจำที่เก็บข้อสารสนเทศที่ใช้ประจำของระบบคอมพิวเตอร์

4.       อุปกรณ์แสดงผล (Output Devices)
เครื่องพิมพ์ จำแนกได้ 2 ประเภท คือ
                เครื่องพิมพ์แบบกระทบ ใช้หัวเข็มกระทบให้ผ้าหมึกพิมพ์ ได้แก่ เครื่องพิมพ์แบบจุด
                เครื่องพิมพ์แบบไม่กระทบ ใช้หมึกฉีดพ่นไปบนกระดาษ ได้แก่ เครื่องพิมพ์เลเซอร์ เครื่องพิมพ์ฉีกหมึก
– จอภาพ  เรียกว่า มอนิเตอร์ คล้ายจอโทรทัศน์ มีขนาด 14 , 15 และ 17 นิ้ว และจอภาพชนิดแบน หรือจอภาพแอลซีดี

5.       อุปกรณ์เก็บข้อมูลสำรอง (Secondary Storage Devices)  จัดเก็บโปรแกรมและข้อมูลเพื่อใช้ในการประมวลผล จัดเก็บได้ถึงไม่มีกระแสไฟฟ้าหล่อเลี้ยงก็ตาม อุปกรณ์เก็บข้อมูลสำรอง ได้แก่ แผ่นดิสเก็ตต์ ฮาร์ดดิสก์ แผ่นคอมแพคดิสก์ แผ่นดีวีดี

 

การบริหารทรัพยากรคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์

                การจัดการกับทรัพยากรไอดีด้านฮาร์ดแวร์มีประเด็นในการพิจารณา ดังนี้

1.       การกำหนดแนวทางจัดหาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ให้สอดคล้องกับความจำเป็นและการแข่งขันธุรกิจในปัจจุบัน

2.       การวางแผนระยะยาวในเรื่องของความสามารถและประสิทธิภาพในอนาคตของฮาร์ดแวร์

3.       การกำหนดมาตรฐานในการจัดซื้อจัดหาทรัพยากรฮาร์ดแวร์

4.       มีงบประมาณดูแลปรับปรุงในระยะยาว

5.       ระบุความเสี่ยง จัดหาแนวทางป้องกัน

6.       การจัดทำระบบข้อมูลเกี่ยวกับทรัพยากรคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์

 

เทคโนโลยีซอฟต์แวร์

                ซอฟต์แวร์ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ซอฟต์แวร์ระบบ (System Software) และ ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application software) ผู้ใช้จะติดต่อกับซอฟต์แวร์เพื่อควบคุมการทำงานของฮาร์ดแวร์

 

ซอฟต์แวร์ระบบ

                เป็นโปรแกรมที่ทำหน้าที่ควบคุมการปฏิบัติงานของคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ระบบจำแนกออกเป็น 2 ประเภท คือ ระบบปฏิบัติการ (Operating System: OS) และโปรแกรมอรรถประโยชน์ (Utillity Programs)

                ระบบปฏิบัติการ

                เป็นชุดคำสั่งที่ทำหน้าที่เป็นสื่อกลาง ระหว่างโปรแกรมประยุกต์ และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และผู้ใช้ทำงานกับโปรแกรมประยุกต์ ระบบปฏิบัติการปัจจุบัน ได้แก่ ระบบปฏิบัติการดอส (Disk Operating System : DOS) ระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ (LINUX) ระบบปฏิบัติการยูนิกส์ (UNIX) และระบบปฏิบัติการวินโดวส์ (Windows 98 , Windows ME , Windows XP)  ระบบปฏิบัติการจะถูกเรียกใช้จากฮาร์ดดิสก์ไปไว้ที่หน่วยความจำหลัก และใช้สื่อสารกับคอมพิวเตอร์ – โปรแกรมอื่น ๆ

                โปรแกรมอรรถประโยชน์

                เป็นซอฟต์แวร์ระบบที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของคอมพิวเตอร์ โปรแกรมและอุปกรณ์ต่าง ๆ ทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัย และเสถียรภาพของเครื่องคอมพิวเตอร์ โปรแกรมอรรถประโยชน์ เช่น โปรแกรมสำรองข้อมูลที่สำคัญในฮาร์ดดิสก์ โปรแกรมตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ โปรแกรมตรวจไวรัส โปรแกรมบีบอัดข้อมูล เช่น WinZip เป็นต้น โปรแกรมเหล่านี้ จะให้มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows

 

ซอฟต์แวร์ประยุกต์

                เป็นโปรแกรมที่พัฒนาเพื่อให้คอมพิวเตอร์ทำงานด้านต่าง ๆ  ตามความต้องการของผู้ใช้  การพัฒนาโปรแกรมเพื่อความต้องการขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง เรียกว่า โปรแกรมเฉพาะงาน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง จึงมีการพัฒนาโปรแกรมสำหรับงานทั่ว ๆ ไป เรียกว่า โปรแกรมสำเร็จรูป  ซอฟต์แวร์ที่ใช้งานทั่วไป แบ่งตามประเภทของงานได้ ดังนี้

·        โปรแกรมประมวลผลคำ สำหรับสร้าง แก้ไข จัดรูปแบบ จัดพิมพ์เอกสารให้ออกมาในรูปแบบรายงาน จดหมาย สิ่งพิมพ์ โปรแกรมประมวลผลคำในปัจจุบัน ได้แก่ Microsoft Word , WordPerfect , Lotus , Word Pro เป็นต้น

·        โปรแกรมด้านการคำนวณ มีลักษณะเป็นกระดาษทำการ (Worksheet) ประกอบด้วยช่องตาราง เรียกว่า เซลล์ เรียงตามแถว และคอลัมน์ พิมพ์ข้อมูล อักษร ตัวเลข สูตรการคำนวณค่าต่าง ๆ ได้แก่ โปรแกรม Microsoft Excel , Lotus 1-2-3 และ Quattro Pro เป็นต้น

·        โปรแกรมการนำเสนอข้อมูล เป็นโปรแกรมประยุกต์ที่สร้างเอกสารในรูปแบบแผ่นสไลด์ เหมาะกับงานนำเสนอหลายรูปแบบ การนำเสนอด้วยภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว การนำเสนอผังองค์การ กราฟสถิติต่าง ๆ โปรแกรมที่นำเสนอ ได้แก่ Microsoft PowerPoint , Freeland Graphics

·        โปรแกรมการจัดการด้านฐานข้อมูล เป็นโปรแกรมสร้างฐานข้อมูลนำไปจัดเก็บ จัดการข้อมูลได้  เพิ่ม ลบ การค้นหาข้อมูลตามเงื่อนไข ซึ่งทำได้อย่างรวดเร็ว โปรแกรมการจัดการด้านฐานข้อมูลสามารถประยุกต์เป็นโปรแกรมจัดการฐานข้อมูลอื่น ๆ ได้ โปรแกรมที่นิยมใช้ปัจจุบัน ได้แก่ Microsoft Access , Microsoft SQL Server เป็นต้น

·        โปรแกรมด้านงานพิมพ์ เป็นโปรแกรมสำหรับช่วยผลิตงานสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ หลายรูปแบบ เช่น แผ่นพับ ใบปลิว บัตรเชิญ นามบัตร เป็นต้น โปรแกรมที่นิยมใช้ ได้แก่ Microsoft Publisher , Adobe PageMaker

·        โปรแกรมกราฟิก เป็นโปรแกรมที่ช่วยสร้างและออกแบบกราฟิกต่าง ๆ  ช่วยเปลี่ยนภาพวาดธรรมดาให้เป็นภาพที่สวยงามด้วยเครื่องมือช่วย เทคนิควิธีทางศิลปะจะทำให้งานกราฟิกมีคุณภาพ โปรแกรมกราฟิกที่นิยมใช้ ได้แก่ Adobe Photoshop , Microsoft Paint , CorelDraw เป็นต้น

 

ภาษาโปรแกรม

                การสื่อสารของคอมพิวเตอร์มีภาษาที่แตกต่างกันจำนวนมากที่สามารถสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้ คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ การรับคำสั่งในการทำงานจะรับเป็นสัญญาณไฟฟ้าที่เรียกว่า ภาษาเครื่อง หรือ Machine Language

 ประเภทของภาษาคอมพิวเตอร์

                ภาษาคอมพิวเตอร์โดยทั่วไปแล้วสามารถจำแนกได้เป็น 5 ประเภท ดังนี้

1.        ภาษาเครื่อง (Machine Language) เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ภาษาเดียวที่สามารถสื่อสารกับคอมพิวเตอร์ได้โดยตรง ภาษาเครื่องจะเป็นชุดคำสั่งที่ประกอบด้วยตัวเลขฐานสองที่ใช้เลข 1 และ 0 เป็นสัญญาลักษณ์ไฟฟ้าปิด และเปิดตามลำดับ

2.        ภาษาแอสแซมบลี (Assembly Language) ภาษาเครื่องเขียนโปรแกรมยาก ภาษาแอสแซมลบลี หรือภาษาสัญญาลักษณ์จึงได้ถูกพัฒนาขึ้น ใช้สัญญาลักษณ์แทน 1 และ 0 ในการเขียนโปรแกรม ซึ่งใช้ตัวย่อที่มีความหมาย เรียกว่า นีมอนิก ในคำสั่งเพื่อเขียนโปรแกรม โปรแกรมที่เขียนด้วยภาษาแอสแซมบลี จะต้องทำการแปลโปรแกรมภาษาที่เรียกว่า แอสเซมเบลอร์

3.        ภาษาระดับสูง (High level  Languages) ภาษายุคที่สาม เป็นการพัฒนาภาษาจากภาษาเครื่อง และภาษาแอสแซมบลี เพื่อง่ายต่อการเรียนรู้ และการนำไปใช้งาน เรียกว่าภาษาโพรซีเยอร์ เป็นชุดคำสั่งที่มีลักษณะเหมือนคำในภาษาอังกฤษ เช่น * แทนการคูณ  + แทนการบวก เป็นต้น

4.        ภาษาระดับสูงมาก (Very High level Languages) ภาษายุคที่สี่ ใช้คำสั่งเป็นภาษาอังกฤษเหมือนยุคที่สาม แต่ต่างกันที่เป็นภาษาแบบไม่เป็นโพรซีเยอร์  ใช้ง่าย สะดวกและรวดเร็ว แต่ต้องทำงานร่วมกับภาษาอื่นที่สามารถทำงานเกี่ยวกับรับข้อมูล การแสดงผล การคำนวณที่ซับซ้อน เรียกว่าภาษา Host Language ได้แก่ วิชวลเบสิก และจาวา เป็นต้น

5.        ภาษาธรรมชาติ (Natural Languages) ภาษายุคที่ห้า ภาษาธรรมชาติไม่จำเป็นต้องปฎิบัติตามกฎระเบียบและโครงสร้างของภาษา เป็นโปรแกรมภาษาการเรียกดูข้อมูล  ปกติจะนำมาใช้ประยุกต์กับระบบผู้เชี่ยวชาญ และปัญญาประดิษฐ์ นิยมใช้ในวงการแพทย์ และธุรกิจ

 

โปรแกรมเชิงวัตถุ

                เป็นการพัฒนาภาษาคอมพิวเตอร์ให้สามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว เรียกว่า โอโอพี  คือ กระบวนการที่โปรแกรมถูกจัดการให้อยู่ในรูปของวัตถุ ประกอบไปด้วยแอตทริบิวต์ และเมธอด หรือฟังก์ชั่นที่ประกอบด้วยชุดคำสั่งที่เขียนขึ้นเพื่อการจัดการข้อมูลของวัตถุชิ้นนั้น ซึ่งมีการซ่อนข้อมูล การสืบทอด และการมีหลายรูปแบบ

 

ตัวอย่างภาษา

                ภาษาที่นิยมในการนำมาพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ ส่วนใหญ่จะเป็นโปรแกรมภาษาระดับสูง สามารถนำไปใช้กับคอมพิวเตอร์ต่างชนิดกันได้  ภาษาที่นิยมใช้กัน มีดังนี้

·        ภาษาเบสิก (Basic)  พัฒนาขึ้นโดย John Kemeny และ Thomas Kurtz เป็นภาษาที่ถูกออกแบบให้ใช้งานง่าย นิยมใช้ในวิชาการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เบื้องต้น
ภาษาเบสิก ย่อมาจาก
Beginner’s All-purpose Symbolic Instruction Code

·        วิชวลเบสิก (Visual Basic)  เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ที่พัฒนาโดยบริษัทไมโครซอฟต์รุ่นแรก เป็นการนำโครงสร้างของภาษาเบสิกมาใช้ เป็นภาษาที่เข้าใจง่าย เหมาะสำหรับการพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ทั่วไป

·        ภาษาโคบอล (Cobol) ย่อมาจาก Common Business Oriented Language นิยมใช้สำหรับงานประยุกต์ทางธุรกิจ เช่น งานจัดเก็บข้อมูล สินค้าคงคลัง เป็นต้น ปัจจุบันมีการพัฒนาให้ทำงานกับเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ ในรูปแบบของโปรแกรมเชิงวัตถุ เรียกว่า Visual COBOL

·        ภาษาปาสคาล (PASCAL) ใช้สำหรับการสอนการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ตั้งชื่อตามนักคณิตศาสตร์ฝรั่งเศส Blaise Pascal เป็นผู้พัฒนาเครื่องคำนวณในยุคแรก ซึ่งทำให้เป็นภาษาในรูปแบบของโปรแกรมเชิงวัตถุ

·        ภาษาฟอร์แทรน (Fortran)  ย่อมาจาก FORmular TRANslator เป็นภาษาระดับสูง พัฒนาโดยนักเขียนโปรแกรมบริษัท IBM พัฒนาโปรแกรมประยุกต์ทางวิทยาศาสตร์  ให้ทำงานที่มีความซับซ้อนทางคณิตศาสตร์ และตรรกศาสตร์

·        ภาษาซี ( C ) และ C++   เป็นภาษาพัฒนาโดย Dennis Ritchie ออกแบบภาษาเพื่อพัฒนาโปรแกรมควบคุมระบบ ปัจจุบันได้นำมาประยุกต์ใช้ เช่น  Word Processors และ Spreadsheets ภาษาซีเป็นภาษาที่ใช้เขียนระบบปฏิบัติการยูนิกซ์ (UNIX) สามารถทำงานได้รวดเร็ว ง่ายต่อความเข้าใจ และถูกพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยพัฒนาภาษา C++ ซึ่งเป็นโปรแกรมภาษาเชิงวัตถุ นิยมนำมาใช้เขียนโปรแกรมประยุกต์

·        ภาษา HTML (Hypertext Markup-Language) เป็นภาษาที่มีกฎเกณฑ์และโครงสร้างเฉพาะตัว  ใช้สำหรับเขียนโปรแกรมเว็บเพจบนอินเตอร์เน็ต เขียนเชื่อมโยงกับเอกสารในรูปของข้อความ รูปภาพ วีดีโอ หรือเสียงก็ได้

·        ภาษาจาวา (Java) เป็นภาษาโปรแกรมเชิงวัตถุที่มีโครงสร้างของภาษาคล้าย C++ เป็นภาษาที่สามารถทำงานได้บนระบบปฏิบัติการที่แตกต่างกัน เรียกว่า เขียนเพียงครั้งเดียว ทำงานได้ทุกที่

·        XML (Extensible Markup Language) เป็นภาษาคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ในการนำเสนอข้อมูลที่มีโครงสร้าง โดยโครงสร้างของภาษา XML เป็นแฟ้มข้อความที่ใช้แท็ก ในการกำหนดชื่อและขนาดของข้อมูล ปัจจุบัน World Wide Web Consortium (W3C) เป็นผู้ดูแลมาตรฐานภาษานี้

 

การบริหารทรัพยากรซอฟต์แวร์

                ควรคำนึงถึงปัจจัยหลายประการที่เกี่ยวเนื่องกัน โดยคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้

1.        การจัดหาทรัพยากรซอฟต์แวร์ ขึ้นอยู่กับลักษณะขององค์การ การดำเนินงานในส่วนต่าง ๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์และประสิทธิภาพสูงสุด ต้องมีการวางแผนอย่างรอบคอบและพิจารณาในระยะยาว

2.        การเลือกใช้ซอฟต์แวร์สำหรับองค์การ ควรพิจารณา ดังต่อไปนี้

·        ความเป็นมาตรฐาน ซอฟต์แวร์ที่จัดหาควรสอดคล้อง และง่ายต่อการเรียนรู้

·        ความเหมาะสมและคุณสมบัติของซอฟต์แวร์นั้นๆ พิจารณาลักษณะงาน และคุณสมบัติเฉพาะของซอฟต์แวร์ที่นำมาใช้ด้วย

ความเข้ากันได้ ควรเลือกซอฟต์แวร์ที่เข้ากันได้กับระบบปฏิบัติการ และฮาร์ดแวร์ที่ได้งานอยู่แล้ว


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Categories

%d bloggers like this: